Loykrathong 2011

posted on 10 Nov 2011 17:21 by chojowiesy
 
Happy Loykrathong day Cool
ปิดเทอมปีสามแล้วคร้าบบ เราผ่านอะไรกันมาบ้าง ??
 
1
เรามาเริ่มกันด้วย mascotประจำคณะกันดีกว่า นั่นก็คือ ท่าน"กก" (โปรดสังเกตบุคคลที่ไม่เข้าพวก)<== นั่นแหละครับ
แต่รูปนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ mascot ของเราแต่อย่างใด 
 
2
ลุ้นแลปฟิสิกส์ จะสังเกตุได้ว่า แค่ทดสอบความหนืดของเหลว สองคนด้านซ้ายจะ"ลุ้น" มากจนเกินไปรึป่าว ??
 
3
มันคือป้ายหน้าตึกฟิสิกส์จริงๆครับ ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังข้างรามาFoot in mouth
 
4
ในห้อง lecture
ในบรรยากาศบอลโลก
 
5
ค่ายเปิดเสื้อกาวน์ ครั้งที่11ครับ เป็นค่ายที่พี่ๆ นศพ. ได้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้น้องม.ปลาย ได้สัมผัสชีวิต นักศึกษาแพทย์ตลอด 3 วัน Sealed
โปสเตอร์ค่าย อย่างไม่เป็นทางการ Foot in mouth
ตอนไปประชาสัมพันธ์ค่ายที่Sup'k centerครับ  คำถาม : ใครคือกก ??
 
6
การเรียนแบบ TBL (team based learning) กลุ่มใหนตอบข้ออะไรให้ชูป้ายนะครับ A,B,C,D,E
ควิซ TBL ที่รุ่นพี่แอบถ่ายมา Foot in mouth
 
7
ผังเครื่อญาติจากการลงชุมชน ญาติกันทั้งน้านนน
 
8
รอยนิ้วของปรายที่ประทับบนจานเพาะแบคทีเรีย ช่างน่าประทับใจยิ่งนักFoot in mouth  (สังเกตุด้านซ้าย)
 
9
นี่คือสิ่งที่พบได้จาการตรวจปัสสาวะครับสังเกตุดีๆนะครับว่ามันคือไรLaughing
.
.
.
.
.
มันคือ sperm ค้าบบ ปิ๊งป่องๆEmbarassed
แต่ภาพนี้ไม่เกี่ยวFoot in mouth 
 
10
มันเป็น handout  ที่มีแรงบันดาลใจในการอ่านจริงๆเลย จอร์จจ
 
11
งานให้ความรู้ประชาชนCry
 
12
สปาเกตตี้ครับ
 
13
วิชาแอบถ่าย เกิดขึ้นอย่างกระทันหันตอนสอบformative
 
14
 เหนื่อยนัก ก็พักซะหน่อย จุดพักตอนสอบแลปกริ๊งครับ สังเกตุดีๆ
 
15
Lecture แรกและ lecture เดียวที่ไม่ใช้ powerpoint ครับ ใช้เครื่องฉายสไลด์กันเลยทีเดียว
 
16
โดนแปะยันต์ก่อนสอบ ฮ่าๆ
 
17
สุดยอด e-learning แห่งโรงพยาบาล
 
18
เรียนแลปพยาธิคลินิควันสุดท้ายหลังจากส่องอุจจาระและไข่พยาธิเสร็จแล้ว อาจารย์ก็เลี้ยงลอดช่อง !!!
 
 
 
Get ready for the clinical exp Surprised
 
I'll try my best Smile
 
 
 
 
 

edit @ 3 Feb 2011 01:53:55 by ChOjo

OSCE มันคือชะตากรรมชนิดหนึ่งที่ นศพ.ทุกคนต้องเผชิญ ใช่แล้วว มันคือการสอบตรวจร่างกายนั่นเอง หรือเรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่า Objective Structured Clinical Examination
 
และวันนี้มันคือการสอบตรวจร่างกายระบบต่างๆ ครั้งแรกในชีวิตผม(จะรอดมั้ยเนี่ยFoot in mouth)
 
การสอบก็จะเหมือนสอบ lab กริ๊งเลย แบ่งเป็น 21 สถานี 10 ข้อ วนกันไปเป็นวงกลม(สอบ 1 ข้อ พัก 1 ข้อ) แต่จะพักไม่พักไม่ใช่ปัญหา ปัญหามันอยู่ที่ว่า ให้เวลา ข้อละแค่ 5 นาที ซวยแล้่วครับ เท่าที่ดูตัวอย่างการตรวจมาอย่างเร็วก็ยังต้องใช้เวลา 10 กว่านาทีทั้งนั้น แต่หมอในประเทศไทยเก่งครับ ตรวจแปปเดียวเสร็จEmbarassed(มันทำได้ไงวะ) เรื่องalcoholล้างมือก่อนและหลังตรวจนี่ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีครับ ถึงมีก็ล้างไม่ทันครับ (ไม่ได้รังเกียจคนไข้นะครับ เพื่อความปลอดภัยของทั้งหมอและคนไข้ครับCool) พอสอบจนเสร็จก่อนกินข้าวนี่ต้องไปล้างมือถึงตึกสูติชั้น5 กันเลยทีเดียวเพราะห้องน้ำในสถานที่สอบไม่ให้เข้าเนื่องจากป้องกันการบอกข้อสอบให้รอบถัดไปFoot in mouth
 
 
เตรียมตัว ~~
 
เอาละ  พอขึ้นมาถึงห้องรอเตรียมตัวสอบ ก็ได้ทบทวนการตรวจร่างกาย ไล่ตั้งแต่ กระดูกและกล้ามเนื้อ หัวใจ ระบบประสาท ระบบหายใจ ระบบทางเดินอาหาร (ทวนมันให้หมด)
กะว่า ครั้งนี้ กูต้องไม่เอ๋อต่อหน้าคนไข้ แต่เมื่อพอเอาแผนผังการเดินในแต่ละสถานี ถึงกับงงตั้งแต่ยังไม่ได้ตรวจเลยทีเดียว // แล้วมันเดินยังไงวะเนี่ย จัดซะอย่างกับค่ายกลเลย ==
 
 
 
แต่พอไปสอบที่นั่นจริงๆมันจะมีลูกศรตามทางให้เดินครับ เรียกได้ว่าไม่ต้องใช้สมองเลยเดินตามทางไปอย่างเดียวCool

 
 
 
เป็นแบบนี้จริงๆก็ดีสิครับ แล้วทำไมตอนสอบอยู่ดีๆผมออกจากสถานีไปผิดทางหว่าLaughing
บางสถานีลูกศรมันมั่วครับ !! 
ก็เลยเดินไปตามเวรตามกรรมเลย
 
บรรยากาศการสอบ ~~
 
จากแผนผังด้านบนจะเห็นได้ว่า จะจัดรูปแบบสถานี ให้จุดพักเข้ามาอยู่ตรงกลาง แล้วสถานีสอบอยู่รอบนอก
ในเมื่อเอาคนที่นั่งว่างไม่มีอะไรทำมานั่งกระจุกใกล้ๆกันแล้วไฉนเลยจะไม่มีการส่ง signal นอกจากท่านจะได้พักจากการตรวจร่างกายแล้ว ท่านก็ยังได้ฝึกการใช้ภาษาใบ้ด้วย แม้โดยมิได้นัดหมายก็ตาม ฮ่าๆ ถึงแม้จะมีโต๊ะฝ่ายแพทยศาสตร์อยู่กลางวง เราก็ยังจะหาวิธีใบ้โจทย์ข้อถัดไปให้เพื่อนเตรียมตัวกันได้อยู่ดี (น่าภูมิใจตรงใหนวะเนี่ยFoot in mouth)
 
ข้อแรกผมได้สถานีที่4ครับ ซึ่งเป็นจุดพัก ก็ได้พักมองตากับเพื่อนปริบๆ เพราะคนที่พักก็ยังไม่มีใครเข้าตรวจมาก่อน เลยได้แต่นั่งให้นั่งนึกการตรวจระบบต่างๆและก็รอเวลาหมดไปเ่ท่านั้น
 
พอมาสถานีต่อไป เข้าไปดูปั๊บ ทำไมไม่มีผู้ป่วยวะ อาจารย์ก็ยังไม่มี เลยเข้าไปอ่านโจทย์ดู "จงเขียนใบสั่งยา.."
ความดันขึ้นเลยครับ ซ้อมมาแต่ตรวจร่างกาย ไม่ได้ดูเรื่องใบสั่งยามาเลย แต่ใหนๆก็มาแล้ว ณ จุดๆนี้ก็ต้อง เปลี่ยนจากที่ว่า "จงเขียนใบสั่งยา" เป็น "จงแปลใบสั่งยา" นึกไรไม่ออกเลยจัดการ แปลใบสั่งยาเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ก็ส่งกระดาษคำตอบก่อนที่เวลาจะหมดลง // เภสัชมาอ่านคงฮาน่าดู
เนื่องจากให้เวลาสถานีละ5นาที การตรวจก้อตรวจชนิดที่ว่า พอเคาะตับได้สองที อาจารย์บอก พอละ ตับปกติ แล้วต้องตรวจไรอีก เอ่อออ ตรวจม้ามครับ แล้วก็เคาะไปได้สองที อาจาย์บอก พอละ ปกติหมด ต่อไปต้องตรวจไรอีก // ขนาดอาจาย์เร่งให้แบบนี้ยังทันบ้างไม่ทันบ้างเลย  พักแต่ละข้อที ก็ต้องเรียกสติ(ซึ่งไม่ค่อยมี)กลับคืนมา แต่คนเราเวลาตื่นเต้นจะนึกไรไม่ออกจริงๆนะ  
 
อย่างข้อที่ซักประวัติคนไข้หอบเหนื่อยมา 3 วัน พอซักได้ว่าเค้าสูบบุหรีจัดก็ดีใจอย่างกับสวรรค์มาโปรด(เวอร์) พอเจอคนไข้ถามกลับว่า แล้วหมอคิดว่าเป็นโรคอะไรคะ <นึกชื่อโรคภาษาไทยไม่ออกครับ>  เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เลยหันไปบอกกับอาจารย์ว่า COPD (Chronic obstructive pulmonary disease)  หันกับมาหาคนไข้ก็นั่งนึกอยู่นานกว่าจะตอบว่า "ถุงลมโป่งพอง" Foot in mouth     สติกลับมาแล้ว Cool
 
สถานีตรวจหัวใจ ผู้ป่วยมาด้วยประวัติกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด พอตรวจร่างกาย คลำ pulse คลำหัวใจ ฟังหัวใจจนเรียบร้อยแล้ว ปกตินี่หว่าไม่มีเสียง murmur เลยบอกอาจารย์ไปว่า ปกติดีครับ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดน่าจะมาจากการทำกิจกรรมหนักๆจนเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอมากกว่าครับ เวลาเหลือเลยถามคนไข้ว่า ก่อนมีอาการได้ไปออกกำลังกายรึป่าวครับ คนไข้พยักหน้า (แอบดีใจ) อาจารย์มีไรจะ comment มั้ยครับ ~~ carotid pulse(ชีพจรที่คอ) เค้าให้คลำกี่ข้าง สองข้างครับ เทอคลำข้างเดียวใช่มั้ย ...  ครับ แล้ว dosalis pedis (ชีพจรที่เท้า) เทอลืมคลำนะ Tongue out  จะบ้าตายมัวแต่หมกมุ่นกับหัวใจเลยคลำ pulse ไม่ครบเลย
 
อีกฐานนึง ผู้ป่วยมาด้วยอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ใหล่ซ้ายบาดเจ็บ ถามว่าใครเป็นคนขับ เอ้ยย เค้าให้แสดงการตรวจร่างกาย มาถึงก็คิดเลย ใหล่ซ้ายใช่มั้ย ทดสอบโดยให้เคลื่อนใหวใหล่ซ้าย 6 ทิศทางเลย พอเห็นกางแขนออกแล้วยกขึ้นไม่สุด มีอาการเจ็บ ปิ๊งขึ้นมาเลย บอกอาจารย์ว่า คิดว่าเป็นที่กล้ามเนื้อ deltoid บาดเจ็บครับ เวลาเหลืออาจารย์บอกให้นั่งลงก่อน แล้วถามกลับไปว่า ตรวจร่างกาย musculoskeleton เริ่มต้นที่อะไรFoot in mouth>>> ซีดเลย แล้วตอบไปว่า การดูครับ แล้วเืืทอดูรึยัง Tongue out Tongue out Tongue out (ไม่ต้องสืบครับ)
ผู้ป่วยหญิงใส่เสื้อคลุมมาเลยลืมสนิทเลยว่าต้องขออนุญาติให้เค้าถอดเสื้อคลุมแล้วดูสภาพกระดูกกล้ามเนื้อโดยรวมก่อน ลืมดู ลืมคลำ ถึงว่าทำไมรอบนี้มันเร็วกว่าปกติFoot in mouth

 
นิทานสองเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าตรวจเสร็จก่อนเวลา มีโอกาสตรวจไม่ครบประมาณ 90% Tongue out แต่ถ้าตรวจครบทุกอย่าง ก็จะตรวจไ่ม่ทันเวลา Foot in mouth
 

พอไปเรื่อยๆก็มีตื่นเต้นนึกไม่ออกบ้าง อย่างวัดความดันก็บอกให้คนไข้ผ่อนคลาย สบายๆ (แต่ดูเหมือนหมอจะตื่นเต้นกว่าคนอื่นเลยแฮะ Innocent
 
ครบ 21 สถานี กริ๊งงงงงงงงงงง 
 
กูรอดแล้ววววว   (รึป่าววะ?)
 
 
แต่อย่างน้อย OSCE ครั้งนี้ก็ทำให้รู้ว่า การที่ต้องตรวจคนไข้เยอะๆ การต้องรักษามาตรฐานในเวลาที่จำกัดเนี่ย มันเครียดจริงๆนะฮ้าฟฟ
เพราะฉะนั้นถ้าเห็นหมอบางคนไม่ค่อยยิ้มละก็ อย่าคิดมากน้า หมอทุกคนตั้งใจช่วยเหลือคนไข้หมดแหละ เพียงแต่ว่าด้วยข้อจำกัดของปริมาณผู้ป่วยต่อปริมาณแพทย์นั้น ทำให้บางทีก็ดูเครียดๆ แต่ตรวจจริงๆก็คงไม่เหมือนสอบ OSCE หรอกนะครับ เพราะว่าถ้าอาการของระบบนั้นมันฟ้องก็ต้องเช็คดูให้ละเอียดแหละครับ วางใจได้ Cool 
 
 
ครั้งต่อไปต้องดีกว่านี้ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะค้าบบ ~~
 
ปล. carotid pulse คลำสองข้าง แต่ต้องคลำทีละข้างนะครับ คลำทีเดียวสองข้างไม่ได้



edit @ 22 Jan 2011 11:04:06 by ChOjo